ตลาดเอเชียแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ หลังโลหะมีค่าปรับตัวขึ้น
ภาพรวมการฟื้นตัวของตลาดเอเชีย
ตลาดเอเชียปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวแข็งแกร่งของกลุ่มโลหะมีค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่อ่อนตัวลง ซึ่งช่วยผ่อนคลายภาวะการเงินและกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนในหุ้นภูมิภาค ตามรายงานของ Reuters บรรยากาศการลงทุนในตลาดเอเชียได้รับแรงหนุนจากสัญญาณความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นในจีนและอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์
แม้ปริมาณการซื้อขายจะเบาบางจากช่วงวันหยุด แต่การเคลื่อนไหวสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับไตรมาสแรกของปี 2026 แล้ว การปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดเอเชียในช่วงนี้ แสดงถึงแรงรับความเสี่ยงที่ค่อย ๆ สะสมอยู่ในพอร์ตลงทุนของนักลงทุนสถาบันและรายย่อย
แรงหนุนจากตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่น
ตลาดหุ้นฮ่องกง (HK50) และจีนแผ่นดินใหญ่ (CN50) ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อแบบคัดเลือกในหุ้นกลุ่มหลัก โดยเฉพาะภาคการเงินและเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (Nikkei 225) ทรงตัวได้ดี ท่ามกลางการประเมินเสถียรภาพของค่าเงินเยนและอุปสงค์จากต่างประเทศ According to Bloomberg, มุมมองต่อตลาดเอเชียเริ่มเปลี่ยนไปในเชิงบวก หลังนักลงทุนตอบรับสัญญาณการสนับสนุนนโยบายจากทางการจีนต่อภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคในประเทศ ซึ่งช่วยประคองความเชื่อมั่นไม่ให้รั่วไหล
ความเคลื่อนไหวในตลาดเอเชียครั้งนี้ถือว่าน่าสนใจ เนื่องจากเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ตลาดหลักหลายแห่งยังมีสภาพคล่องต่ำจากช่วงวันหยุดยาว
การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของโลหะมีค่า
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดเอเชียคือการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของโลหะมีค่า ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US10Y) ปรับลดลง ส่งผลให้ความน่าดึงดูดของสินทรัพย์ปลอดภัยที่ไม่มีดอกเบี้ยเช่นทองคำเพิ่มสูงขึ้น
- ทองคำ (XAUUSD): ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อที่เชื่อว่าเฟดอาจเริ่มนโยบายผ่อนคลายในปี 2026
- เงิน (XAGUSD): ปรับตัวตามทองคำ และได้แรงหนุนจากความคาดหวังด้านอุปสงค์อุตสาหกรรม
- แพลทินัม: แข็งแกร่งขึ้นจากแรงซื้อครอบคลุมในกลุ่มโลหะมีค่า
การฟื้นตัวของโลหะมีค่านี้ส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังตลาดเอเชียหลายประเทศซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ของโลก
บทบาทของค่าเงินและดัชนีดอลลาร์
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชียหลายสกุล สภาพดอลลาร์ที่อ่อนตัวช่วยผ่อนคลายภาวะการเงินในภูมิภาคและกระตุ้นกระแสเงินทุนไหลเข้า
ค่าเงินเยนญี่ปุ่น (USD/JPY) ขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยนักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจปรับท่าทีต่อนโยบายการควบคุมอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เงินหยวนทรงตัว ซึ่งช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดเอเชียโดยรวม
ปัจจัยเสี่ยงและมุมมองจากตลาดโลก
ตลาดเอเชียยังคงได้รับอิทธิพลจากแนวโน้มตลาดโลกอย่างชัดเจน ความเคลื่อนไหวของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางหลัก
According to CNBC, นักลงทุนในตลาดเอเชียเริ่มเปิดรับความเป็นไปได้ที่เฟดอาจเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มากขึ้นแล้ว ส่งผลให้เกิดแรงเทขายดอลลาร์และปรับซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาค
- ราคาน้ำมัน: ทรงตัว นักลงทุนรอความชัดเจนเรื่องอุปสงค์และท่าทีของ OPEC+
- อัตราผลตอบแทน: ความผันผวนของ US10Y ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อโลหะมีค่าและหุ้น
- สภาพคล่อง: ปริมาณการซื้อขายที่ยังต่ำอาจทำให้ตลาดเอเชียผันผวนได้ง่าย
สรุปแนวโน้มและสิ่งที่ต้องจับตา
โดยสรุป การฟื้นตัวของตลาดเอเชียในครั้งนี้มีรากฐานมาจากหลายปัจจัยเชิงบวก ทั้งการอ่อนค่าของดอลลาร์ การฟื้นตัวของโลหะมีค่า และความหวังต่อนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลงในอนาคต
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าสภาพคล่องต่ำอาจทำให้ความผันปวนยังคงอยู่ สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปสำหรับตลาดเอเชีย ได้แก่ ข้อมูลเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่นที่กำลังจะออกมา ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ และความเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งส่งผลต่อโลหะมีค่าโดยตรง การรักษาโมเมนตัมขาขึ้นของตลาดเอเชียจะขึ้นอยู่กับความชัดเจนของปัจจัยเหล่านี้ในสัปดาห์ข้างหน้า
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
การลงทุนในตราสารอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูง อาจทำให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด กรุณาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ผลิตภัณฑ์ และกฎเกณฑ์ในการซื้อขายอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ การซื้อขายถือเป็นความรับผิดชอบของท่านโดยสมบูรณ์
คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง:
การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงจากกลไกเลเวอเรจ อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน และไม่มีการรับประกันผลกำไรใดๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้เงินทุนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงได้ และพิจารณาให้รอบด้านถึงความรู้ ประสบการณ์ของท่าน ก่อนตัดสินใจลงทุน


