ภาษาไทย
English
Tiếng Việt
ภาษาไทย
繁體中文
日本語
한국어
Español
Português
Русский язык
اللغة العربية
เข้าสู่ระบบ
สมัครบัญชี
0
บทวิเคราะห์บทวิเคราะห์

บทวิเคราะห์

Uber เลิกจ้างพนักงานฝ่าย HR มุ่งปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่

Flash · 185.9K จำนวนการดู

66d2f2ed-be40-4a73-8dff-78ea8a64a53c

Uber เลิกจ้างพนักงาน มุ่งปรับลดทีม HR และสรรหาบุคลากร

Uber ได้ประกาศปรับลดจำนวนพนักงานครั้งสำคัญ โดยส่งผลกระทบต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) และฝ่ายสรรหาบุคลากรโดยตรง ทำให้ Uber กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีรายล่าสุดที่เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรในปี 2026 ตามรายงานข่าวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2026 บริษัทกำลังปรับลดพนักงานประมาณ 23% ของพนักงานทั้งหมด ในแผนก People and Places ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้าน HR และการจัดหาบุคลากร ทั้งนี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทาง Uber ยังคงยืนยันว่าการ เลิกจ้างพนักงานของ Uber ในครั้งนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหล่านักลงทุนและนักวิเคราะห์กำลังจับตาแนวโน้มการปรับเปลี่ยนด้านแรงงานในเซกเตอร์เทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งยังคงเดินหน้าประเมินโครงสร้างการดำเนินงาน ปรับลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

รายละเอียดเบื้องหลังการปรับลดพนักงานของ Uber

การ เลิกจ้างพนักงานของ Uber ครั้งล่าสุดนี้ ส่งผลกระทบหลักต่อพนักงานที่รับผิดชอบด้านทรัพยากรบุคคลและกิจกรรมการสรรหาบุคลากร แม้ว่าการปรับลดครั้งนี้จะคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 4 ของแผนกดังกล่าว แต่ผลกระทบโดยรวมต่อพนักงานทั่วโลกของ Uber ยังถือว่าค่อนข้างจำกัด โดยกระทบต่อพนักงาน ไม่ถึง 1% จากพนักงานทั้งหมดประมาณ 34,000 คนทั่วโลก

การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการจัดระเบียบผู้บริหารระดับสูงเมื่อไม่นานมานี้ โดย Jill Hazelbaker ผู้บริหารของ Uber ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้นำที่ขยายขอบเขตความรับผิดชอบใหม่ ซึ่งดูแลงานส่วนกลางหลายส่วน รวมถึงฝ่าย HR, ฝ่ายสื่อสารองค์กร, ฝ่ายความปลอดภัย และฝ่ายสรรหาบุคลากร ทั้งนี้ ผู้นำของบริษัทระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน และขจัดความซ้ำซ้อนของหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างแผนกต่าง ๆ

ตามข้อมูลจากการสื่อสารภายในองค์กรที่อ้างอิงในรายงานข่าว ฝ่ายบริหารเชื่อว่าทีมงานบางทีมเริ่มมีลักษณะที่แยกย่อยและกระจัดกระจายมากเกินไป ส่งผลให้ยากต่อการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ การ เลิกจ้างพนักงานของ Uber ในครั้งนี้จึงถูกจัดวางให้เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบโครงสร้างองค์กรในภาพรวม มากกว่าจะเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันทางการเงินในระยะสั้น

เหตุผลที่นักลงทุนกำลังให้ความสนใจ

การปรับลดพนักงานมักเป็นสัญญาณสำคัญที่นักลงทุนใช้จับตา เพราะสามารถสะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายบริหารมองโอกาสการเติบโตและประสิทธิภาพในการดำเนินงานในอนาคตอย่างไร

สิ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน Uber ยังคงมีความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยบริษัทรายงานผลประกอบการธุรกิจที่มั่นคงในไตรมาสล่าสุด และยังคงสร้างการเติบโตของรายได้ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยนี้ทำให้การ เลิกจ้างพนักงานของ Uber ในครั้งนี้แตกต่างจากการเลิกจ้างแบบดั้งเดิมที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บริษัทเผชิญมรสุมทางการเงิน แต่การตัดสินใจครั้งนี้ดูเหมือนจะเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความต้องการของฝ่ายบริหารในการเพิ่มความคล่องตัวให้กับการดำเนินงานและยกระดับประสิทธิภาพในการผลิต

สำหรับผู้ถือหุ้น ความพยายามในการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้สามารถนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่คาดหวังและความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง ดังนี้

  • ผลประโยชน์ที่คาดหวัง: ต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลง และอัตรากำไรที่สามารถพัฒนาได้ดีขึ้นในระยะยาว
  • ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน: การสูญเสียองค์ความรู้ที่มีค่าขององค์กร และโอกาสที่จะเกิดการหยุดชะงักในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน
  • ความเสี่ยงด้านวัฒนธรรมองค์กร: ความกังวลเกี่ยวกับขวัญและกำลังใจของพนักงาน รวมถึงการรักษาบุคลากรที่ยังคงอยู่
  • สัญญาณที่ต้องจับตา: รายงานผลประกอบการในอนาคตจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า การ เลิกจ้างพนักงานของ Uber สามารถสร้างผลลัพธ์ในการพัฒนาการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่

ประเด็นเรื่อง AI ยังคงเป็นที่จับตามอง

แง่มุมหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจอย่างมากคือ การลงทุนอย่างต่อเนื่องของ Uber ในด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

แม้ว่าผู้บริหารของบริษัทจะย้ำหลายครั้งว่าการ เลิกจ้างพนักงานของ Uber ครั้งล่าสุดนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ AI แต่ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ผู้นำของ Uber เพิ่งเปิดเผยว่าอัตราการจ้างงานเริ่มชะลอตัวลง เนื่องจากบริษัทกำลังเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยี AI นอกจากนี้ ผู้บริหารยังเปิดเผยว่าเครื่องมือ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบงานภายในต่าง ๆ แล้ว

Dara Khosrowshahi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ได้กล่าวถึงศักยภาพของ AI ต่อสาธารณะว่า สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในหลาย ๆ แผนก โดยบริษัทประเมินว่า AI จะสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับบางหน้าที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มทีมวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ต่อให้บริษัทต่าง ๆ จะยืนยันว่าการเลิกจ้างไม่ได้เกิดจาก AI โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติ (Automation) และประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น ย่อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งพลวัตนี้กำลังกลายเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

แนวโน้มในวงกว้างทั่วทั้งเซกเตอร์เทคโนโลยี

Uber ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังทบทวนความต้องการด้านกำลังคน ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องการ เลิกจ้างพนักงานของ Uber ในภาพรวม

ตลอดปี 2026 บริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากได้ประกาศแผนปรับโครงสร้างองค์กร ชะลอการจ้างงาน หรือปรับลดพนักงาน โดยปัจจัยร่วมสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนการตัดสินใจเหล่านี้ ประกอบด้วย:

  1. การพัฒนาประสิทธิภาพและโครงสร้างการบริหารที่แบนราบขึ้น
  2. การปรับเปลี่ยนเป้าหมายทางธุรกิจให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีเกิดใหม่
  3. แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นที่ต้องการเห็นความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืนและการใช้จ่ายอย่างมีวินัย
  4. การนำ AI มาใช้ ซึ่งทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรใหม่โดยลดความสำคัญจากหน่วยงานสนับสนุนแบบดั้งเดิม

เมื่อธุรกิจต้องปรับตัว แผนกที่เคยถูกมองว่าเป็นหน่วยงานสนับสนุน รวมถึงฝ่าย HR และฝ่ายสรรหาบุคลากร จึงอาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น ทั้งในเรื่องการจัดสรรทรัพยากรและประสิทธิผลขององค์กร ซึ่งกรณีการ เลิกจ้างพนักงานของ Uber ถือเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนของการปรับสมดุลในวงกว้างครั้งนี้

ทิศทางต่อไปของ Uber ในอนาคต

ผลกระทบทางการเงินในระยะสั้นจากการ เลิกจ้างพนักงานของ Uber อาจจะค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเปอร์เซ็นต์ของพนักงานทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ประกาศนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าฝ่ายบริหารกำลังเตรียมความพร้อมขององค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างไร

การปรับโครงสร้างนี้บ่งชี้ว่า Uber กำลังให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการดำเนินงานเป็นอันดับแรก ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความยืดหยุ่นในการลงทุนสำหรับแผนงานเชิงกลยุทธ์ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ การพัฒนาแพลตฟอร์ม และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

ผู้ร่วมตลาดจะเฝ้าดูหลักฐานที่แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ช่วยปรับปรุงการทำงานและสนับสนุนเป้าหมายระยะยาว โดยรูปแบบการจ้างงานในอนาคต ตัวชี้วัดประสิทธิภาพการผลิต และผลประกอบการทางการเงิน จะเป็นสิ่งระบุคำตอบที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับประสิทธิผลของกลยุทธ์บริษัท

ในเวลานี้ การ เลิกจ้างพนักงานของ Uber ได้เน้นย้ำถึงความเป็นจริงสำคัญที่องค์กรระดับโลกหลายแห่งกำลังเผชิญ นั่นคือ การเติบโตยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก แต่ประสิทธิภาพในการดำเนินงานก็กลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน และการรักษาสมดุลระหว่างสองเป้าหมายนี้ จะเป็นตัวกำหนดการตัดสินใจของภาคธุรกิจตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี 2026

ติดตามข่าวสารล่าสุดจาก Dupoin และ Dupoin Academy

 

 

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

การลงทุนในตราสารอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูง อาจทำให้ท่านสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด กรุณาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ผลิตภัณฑ์ และกฎเกณฑ์ในการซื้อขายอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ การซื้อขายถือเป็นความรับผิดชอบของท่านโดยสมบูรณ์

คำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยง:

การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงจากกลไกเลเวอเรจ อาจไม่เหมาะสำหรับทุกคน และไม่มีการรับประกันผลกำไรใดๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้เงินทุนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงได้ และพิจารณาให้รอบด้านถึงความรู้ ประสบการณ์ของท่าน ก่อนตัดสินใจลงทุน